Pipestrelle Bat

Pipistrellus pipistrellus

รูปลักษณ์

?????????? Pipestrelle  | ????????? ?????????
  • ความยาว 35 ถึง 45 มม. น้ำหนัก 3 – 9 กรัม
  • แขนท่อนปลายมีความยาวระหว่าง 30 และ 36 มม. โดยมีระยะกางปีกจาก 200 ถึง 250 มม.
  • มีขนสีน้ำตาลปานกลางถึงน้ำตาลเข้มคล้ำ
  • ค้างคาว Pipestrelle bats มีร่างกายขนาดเล็กมากโดยมีขาหลังที่สั้น และมีหูที่สั้นและกว้าง
  • ค้างคาว Pipestrelle bats เป็นสายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดในสหราชอาณาจักรและยังพบได้ทั่วยุโรป อเมริกาเหนือและเอเชียเช่นกัน

วงจรชีวิต

  • ค้างคาวจะจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้เพียงไม่นานก่อนที่พวกมันจะเข้าจำศีล แต่ทว่าเซลล์ไข่ของค้างคาวตัวเมียนั้นจะยังไม่ได้รับการผสมพันธุ์จนกระทั้งถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เป็นที่รู้จักกันว่ามันคือ การเลื่อนเวลากระบวนการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้วในผนังมดลูก)
  • เมื่อเอ็มบริโอ (ตัวอ่อน) เริ่มเจริญเติบโต ระยะเวลาการตังครรภ์จะอยู่ที่ระหว่าง 6 และ 7 สัปดาห์ โดยที่ตามปกติแล้วจะมีลูกค้างคาวได้รับการให้กำเนิดเพียงแค่ตัวเดียวใช่ช่วงฤดูร้อน
  • ลูกค้างคาวนั้นมีขนาดเล็กมาก ตาบอดประมาณหนึ่งสัปดาห์และปราศจากขน พวกมันอาศัยความอบอุ่นเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
  • ค้างคาวอ่อนวัยจะอาศัยอยู่บนหลังของแม่ – พวกมันจะกินนมเพียงอย่างเดียว – จนกระทั่งเมื่อมันสามารถที่จะบินและล่าเหยื่อได้ด้วยตัวของมันเองซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณสามและหกสัปดาห์
  • ค้างคาวสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 16 ปี

พฤติกรรม

  • ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวเท่านั้นในโลกนี้ที่สามารถจะบินได้โดยธรรมชาติ
  • ค้างคาวจะอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นอาณานิคม ในช่วงฤดูร้อนอาณานิคมนี้จะอยู่บนต้นไม้ อาคารที่สามารถเข้าได้โดยผ่านทางช่องว่าง – พวกมันต้องการพื้นที่เพียง 13 มม. เท่านั้นในการที่จะลอดผ่านเข้าไป – หรืออาศัยอยู่บริเวณชายคาหรือรอยแตกต่างๆของหิน
  • Pipistrelle bats จะจำศีลในช่วงฤดูหนาว พวกมันจะค่อยๆหยุดการกินและหาจุดที่เหมาะสมสำหรับพวกมันเพื่อทำการจำศีล – โดยปกติจะจำศีลที่รอยแตกของอาคารและต้นไม้
  • ค้างคาวกิน ผี้เสื้อ ผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ยุง แมลงบั่ว และพวกค้างคาวจะออกหาอาหารเหล่านี้บนน้ำ ป่า บึง และแม้กระทั้งในเขตพื้นที่เมือง
  • โดยปกติแล้วค้างคาวจะปรากฎออกมาจากคอนเกาะโดยไม่นานหลังจากที่พระอาทิตย์ตกและจะใช้เวลาในยามกลางคืนออกหาอาหาร
  • ค้างคาวไม่สร้างความเสียหายให้แก่อาคารที่พวกมันเกาะอาศัย – แต่พวกมันก็สร้างความสกปรกรุงรังที่มาจากมูลของพวกมัน
  • ถึงแม้ว่าพวกมันจะเหมือนสัตว์ป่าแต่ค้างค้าวไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้าย พวกมันอาจจะกัดเพื่อปกป้องตนเองหากได้รับการจับ
  • มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจดจำว่าในบางประเทศนั้นค้างคาวและคอนเกาะของมันได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมาย และมันเป็นการละเมิดกฎหมายหากมีการสร้างความเสียหาย ทำลาย หรือปิดกั้นทางเข้าไปสู่ขอนเกาะของพวกมัน